ตรวจสอบรหัสผ่านรั่ว — รหัสผ่านของคุณเคยหลุดหรือไม่
ตรวจสอบว่ารหัสผ่านเคยปรากฏในเหตุข้อมูลรั่ว (data breach) หรือไม่ โดยไม่เปิดเผยตัวรหัสผ่าน ระบบจะแฮชรหัสผ่านภายในเบราว์เซอร์ของคุณ แล้วส่งเฉพาะค่าแฮช 5 ตัวอักษรแรกไปค้นหาในฐานข้อมูลรหัสผ่านที่หลุดหลายพันล้านรายการ หากพบ ระบบจะบอกจำนวนครั้งที่พบ เพื่อให้คุณเลิกใช้รหัสผ่านที่ถูกเปิดเผยและเปลี่ยนไปใช้รหัสผ่านใหม่ที่ไม่ซ้ำใครก่อนที่ผู้ไม่หวังดีจะนำไปใช้
รหัสผ่านของคุณอยู่ในเบราว์เซอร์นี้เท่านั้น ระบบแฮชด้วย SHA-1 ในเครื่อง แล้วส่งเฉพาะค่าแฮช 5 ตัวอักษรแรกไปค้นหาการจับคู่ (หลักการ k-anonymity)
ยังไม่มีผลการตรวจสอบ
กรอกรหัสผ่านเพื่อตรวจสอบว่าเคยปรากฏในเหตุข้อมูลรั่ว (data breach) หรือไม่
ความแข็งแรง (ประเมินในเครื่อง)
—
ค่าประมาณคร่าว ๆ จากความยาวและความหลากหลายของตัวอักษร คำนวณในเบราว์เซอร์ของคุณ
จำนวนครั้งคือจำนวนที่พบรหัสผ่านนี้ในข้อมูลที่รั่วไหล ไม่ใช่จำนวนบัญชีของคุณที่ได้รับผลกระทบ
วิธีใช้งาน
- พิมพ์รหัสผ่านที่ต้องการตรวจสอบลงในช่อง โดยรหัสผ่านจะอยู่ในเบราว์เซอร์ของคุณเท่านั้น
- กด “ตรวจสอบรหัสผ่าน” เบราว์เซอร์จะแฮชรหัสผ่านในเครื่องและส่งเฉพาะค่าแฮชสั้น ๆ แบบไม่ระบุตัวตน
- อ่านผลลัพธ์ว่ารหัสผ่านเคยพบในข้อมูลที่รั่วไหลหรือไม่ และพบกี่ครั้ง
- หากพบว่าหลุด ให้เปลี่ยนรหัสผ่านในทุกที่ที่เคยใช้ และเลือกรหัสผ่านใหม่ที่แข็งแรงและไม่ซ้ำใคร
ฟีเจอร์เด่น
- ใช้หลัก k-anonymity ส่งเพียงค่าแฮช 5 ตัวอักษรแรกออกจากเบราว์เซอร์ ไม่ส่งตัวรหัสผ่าน
- ค้นหาในฐานข้อมูลรหัสผ่านที่หลุดจริงหลายพันล้านรายการผ่าน Have I Been Pwned
- แสดงผลชัดเจนว่าหลุดหรือไม่พบ พร้อมจำนวนครั้งที่พบในข้อมูลที่รั่วไหล
- มีมิเตอร์ประเมินความแข็งแรงของรหัสผ่านในเครื่องจากความยาวและความหลากหลายของตัวอักษร
- ไม่ต้องสมัครสมาชิกและไม่มีการจัดเก็บ ไม่มีการบันทึกข้อมูลใด ๆ เกี่ยวกับรหัสผ่านของคุณ
คำถามที่พบบ่อย
พิมพ์รหัสผ่านที่นี่ปลอดภัยหรือไม่
ปลอดภัย รหัสผ่านของคุณไม่ถูกส่งออกไปไหน ระบบจะแฮชด้วย SHA-1 ภายในเบราว์เซอร์ แล้วส่งเพียง 5 ตัวอักษรแรกของค่าแฮชเท่านั้น ค่าสั้น ๆ นี้ตรงกับแฮชได้หลายร้อยแบบ จึงไม่สามารถระบุรหัสผ่านของคุณได้ หลักการนี้เรียกว่า k-anonymity
ตรวจรหัสผ่านได้อย่างไรโดยไม่ต้องรับตัวรหัสผ่าน
เบราว์เซอร์ส่งค่าแฮช 5 ตัวอักษรแรกไป แล้วรับรายการค่าแฮชท้ายของรหัสผ่านที่หลุดซึ่งขึ้นต้นเหมือนกันกลับมา จากนั้นเบราว์เซอร์จะค้นหาค่าแฮชเต็มของคุณในรายการนั้นในเครื่อง เซิร์ฟเวอร์จึงเห็นเพียงค่าแฮชแบบไม่ระบุตัวตน ไม่เคยเห็นรหัสผ่านหรือค่าแฮชเต็ม
ถ้าพบว่ารหัสผ่านหลุดควรทำอย่างไร
เลิกใช้ทันทีในทุกที่ เลือกรหัสผ่านใหม่ที่ไม่ซ้ำกันสำหรับแต่ละบัญชี ควรสร้างและจัดเก็บด้วยโปรแกรมจัดการรหัสผ่าน และเปิดใช้การยืนยันตัวตนสองชั้น (2FA) เท่าที่ทำได้ รหัสผ่านที่หลุดอันตรายเพราะผู้ไม่หวังดีมักนำไปลองกับหลายเว็บไซต์
“ไม่พบ” หมายความว่ารหัสผ่านปลอดภัยแล้วใช่ไหม
ไม่เสมอไป หมายความเพียงว่ายังไม่พบในข้อมูลที่รั่วไหลที่รวบรวมมาจนถึงตอนนี้ รหัสผ่านที่สั้นหรือคาดเดาง่ายก็ยังเสี่ยง และการใช้รหัสผ่านซ้ำกันหลายเว็บก็อันตราย จึงควรถือเป็นสัญญาณหนึ่ง ไม่ใช่การรับประกัน
ข้อมูลรหัสผ่านที่รั่วมาจากไหน
มาจากชุดข้อมูล “Pwned Passwords” ของ Have I Been Pwned ซึ่งรวบรวมรหัสผ่านที่ถูกเปิดเผยจากเหตุข้อมูลรั่วจริงหลายร้อยครั้ง มาเป็นชุดค่าแฮชที่ค้นหาได้พร้อมจำนวนครั้งที่พบ